เพิ่งได้เห็น comment จากน้องแนน และคุณวรรณ เกี่ยวกับผลการสัมภาษณ์ Jalways รอบสอง
ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีกับน้องแนน ที่ผ่านสองด่านแรกนั้นมาได้
และขอให้สู้ต่อๆไป แต่ว่า อุปสรรคต่อไปที่จะเจอะเจอ
ต้องขอบอกไว้ก่อนว่า เราเลือกทางนี้เอง...สู้ๆ อย่าถอยนะคะ
และขอบอกคุณวรรณว่า ไม่เป็นไร ถึงแม้รอบนี้ เราจะยังไม่ผ่านเข้ามาตรงจุดนี้
แต่ถือได้ว่าเราทำหน้าที่ของเราแล้ว และยังมีโอกาสต่อๆไปให้เราได้ลองอีก ขอแค่อย่าท้อเท่านั้น
จาก comment ที่โอ๋ได้อ่าน ทำให้เรื่องที่ตั้งใจจะบันทึกในหน้านี้ ต้องเปลี่ยนไป
จากเรื่องเรื่องหนึ่ง มาเป็นเรื่อง บันไดดาว3 (และยังมีตอนอื่นๆอีกเรื่อยๆนะคะ)

ต่อจากบันไดดาว2
หลังจากที่โอ๋ผ่านสัมภาษณ์รอบสองได้แล้ว
(กว่าจะผ่านมาได้..แทบจะเลิกแล้วกับฝันนี้)
ด่านต่อไปที่โอ๋และเพื่อนๆที่ผ่านเข้ามาได้ต้องเจอและเตรียมตัวให้ดีคือ การตรวจร่างกาย
ตรวจร่างกายเราต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างละนี่?
ไม่เคยตรวจร่างกายหรือใส่ใจกับสุขภาพของตนเองมาก่อนเลย
ต้องทำยังไงบ้าง? จะปรึกษาหรือสอบถามจากใครดีละ?
รุ้เบื้องต้นแค่ว่า เขามีการตรวจเลือด ตรวจพยาธิ ตรวจปัสสาวะ ตรวจสายตา ตรวจความดัน..
หากร่างกายเรา ส่วนใดส่วนหนึ่งไม่พร้อม ไม่เหมาะสม
ย่อมหมายความว่า สิ่งที่เราเฝ้าพยายามมานานแสนนาน จะต้องสูญเปล่าอย่างนั้นหรือ??
จำได้ว่า ช่วงเวลาประกาศผลรอบสอง และการเรียกตรวจร่างกายนั้น กระชั้นชิดกันมาก
แทบไม่มีเวลาเตรียมตัว
ก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน โอ๋พยายามออกกำลังกาย
(จากที่เป็นปีๆ ไม่เคยได้วิ่ง หรืออกกำลังกายแบบจริงๆจังๆเลย)
โอ๋หาซื้อยาถ่ายพยาธิมากิน
และพยายามดื่มน้ำสะอาดวันละหลายๆแก้ว เพื่อกันไม่ให้เลือดข้นจนเกินไป แต่ก็ไม่ให้เลือดจางด้วย
พยายามนอนลับแต่หัวค่ำ เพราะกลัวการพักผ่อนน้อยจะมีผลไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
และซื้อยาบำรุงเลือดมากินเสริมด้วย อีกทั้ง กินเนื้อสัตว์แทบทุกมื้อ
เย็นก่อนวันที่ต้องไปตรวจร่างกาย
โอ่ต้องถ่ายอุจจาระ เตรียมไป
คืนนั้น เป็นคืนที่หลับตาลงได้ยากยิ่ง กว่าจะนอนก็เที่ยงคืน
เหตุเพราะตื่นเต้นเป็นหลัก
กลัวเรื่องการตรวจร่างกาย
กลัวร่างกายผิดปกติ ไม่แข็งแรง
ตื่นมาอีกทีตอนตี5
รีบอาบน้ำแต่งตัว ใส่ชุด สูท แขนยาว กระโปรงเรียบร้อย
และเดิยทางไปโรงพยาบาลกรุงเทพ (Bangkok International )

โอ๋เคยบันทึกเกี่ยวกับการตรวจร่างกายของตนเอาไว้ในไดอารี่แห่งหนึ่ง
ขอหยิบยกมาให้อ่าน เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นต่อไปคะ

10 มิ.ย. 2549 เวลา 14:45 น
จาก diaryis
ไปถึง โรงพยาบาล Bangkok International ประมาณ 6 โมงกว่าๆ
เจอทั้งคนที่เคยเจอแล้ว และไม่เคยเจอหน้า
และโอ๋ก้ได้รู้จัก น้องยุ้ย ว่าที่แอร์ ซึ่งสมัครครั้งแรกก็ผ่านเข้ามาเลย
เธอเป็นรุ่นน้องที่ ธรรมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ด้วย
เราขึ้นไปชั้น 6 ด้วยความตื่นเต้น
ในใจโอ๋กระวนกระวาย จะเป้นยังไงบ้างหนอ?
เลือดฉันจะข้นไปไหม? ดื่มน้ำน้อย
ความดันฉันจะปกติไหม?
ร่างกายฉันจะเป็นยังไงบ้าง?
คิดไป 108 พันประการ ก็
เท่านั้น!
มาถึงนี่แล้ว
สู้ยิ้มเฮฮา บ้าต๊อง
ดีกว่า

ไปถึงก็ลงชื่อ พี่เขาก็ให้กรอกประวัติ
และเอาชุดของทางโรงพยาบาลใส่แทนชุดที่ใส่มา
โดยควรจะถอดชุดชั้นในออกให้หมด เพราะจะมีการ x-ray ด้วย
โอ๋กับน้องยุ้ย ก็เริ่มด่านแรกด้วยกัน
ตอนแรกกะจะไม่ถอด ลิง
แต่ไม่เอาดีกว่า เดี๋ยวก็ต้องถอดอยุ่ดี
เลยถอดหมด
โล่งๆ หวิวๆ
บอกไม่ถูก
จั๊กกะจี๋จัง
ฮุๆๆ
แล้วเราก้เข้าห้องแรก
นั่นคือ ส่ง อุจจาระ
(ไม่บรรยายดีกว่า ฮ่าๆๆ)
สำหรับคนที่ ถ่ายไม่ออก พี่เขาก็ให้เวลาภายในวันนี้ถึงบ่าย 3 โมง
โอ๋กับน้องยุ้ย ไปห้องต่อไป
นั่นคือ ตรวจเลือด
มีขวดเลือดขนาดใหยและกลางประจำตัว คนละ 4 หลอด
กรี๊ดดดดดดดด.........
มาถึง ก็ พี่พยาบาลรัดแขน
มองแขนซ้ายโอ๋ หาเส้นไม่เจอ
เลยย้ายมาแขนขวา
อุ๊ย รัดไปรัดมา เส้นเลือดโผล่มาแล้ว
กรี๊ดดดดดดดดดดด.........
ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยจะถูกสูบเลือดไปเยอะขนาดนี้เลย
นึกแล้วมืออ่อน
โอ๋ต้องขอพี่พยาบาลคนนึงมาให้โอ๋จับแขน
พี่ๆเขาก็น่ารัก ชวนคุยดี
สักพักรู้สึกจี๊ดๆ พี่เขาถามจะเป็นลมไหม?
"ไม่คะ"
พี่เขาก็ชวนถามไปไม่นา ก็เสร็จ
โอ๋หันหน้ามาหาพี่เขาพอดี
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด......
เลือดเยอะมากในหลอด
สีเข้มจัง
หลังจากเสียเลือดไป เขาก็ให้เราไปที่ห้องที่จัดเตรียมของว่าง
ให้เราดื่มน้ำเยอๆ
เพราะเดี๋ยจะต้องเก้บปัสสาวะด้วย
ที่นี่เขาบริการเราดีมาก และหรูมาก
ห้องตรวจ ห้องรอ เหมือนโรงแรมเลย
เข้าไปเป็นคนแรกๆของห้องอาหารว่าง
คุยเล่นไปมากับน้องยุ้ยสักพักก็มี สาวนางนึงเข้ามา
แนะนำไปมา

น้องยุ้ย
อ้าว ร่นพี่ ธรรมศาสตร์อีกแล้ว
ชื่อ พี่การ์ตูน จบวรสารฯ เอก โทรทัศน์ วิทยุ

พี่การ์ตูน
ก็กลายเป็น น้องยุ้ย รุ่น ที่จบ 45
โอ๋ รุ่น 44
และพี่การ์ตูน รุ่น 43

(การ์ตูน กลายมาเป็นเพื่อนร่วมรุ่น
และขณะนี้ การ์ตูนลาออกไปแล้ว และกำลังศึกษาต่ออยู่ประเทศ Swisszerland)

กินไปสักพัก
ก็รีบไปตรวจ ความดัน
ความดัน โอ๋ ก็ 120/75 อัตราการเต้นของหัวใจ 77
(ปรากฏตอนหลังไปห้องพบแพทย์ หมอเห็นก็ให้มาตรวจความดันใหม่
พี่พยบาลก็งง โอ๋ก็ใจเสียว่า ทำไม?
เพราะมาตรวจ ความดันก็ใกล้เคียงเดิม 111/65 อัตราการเต้นของหัวใจ 65)
น้องยุ้ย กังวลใหญ่เลย เพราะ คิดว่าตัวเองได้น้อย ชีพจรเต้นไม่ดี
และก็ดื่มน้ำยกใหญ่ เพราะกลัวตัวเอง ฉี่ไม่ออก
โอ๋ก็เอาด้วย
แล้วเราก็ไปตรวจสายตาและชั่งน้ำหนักกัน
โอ๋ สูง 160 หนัก 48.3 กก.
เป็นน้ำหนักที่โอ๋พอใจ เพราะโอ๋พยายามกินๆ
แต่ต้องละเว้นของมัน และขนม
โอ๋ต้องกินเพิ่มน้ำหนักให้ได้มาตรฐาน
ถึงด่าน วัดสายตา
โอ๋เป็นคนสายตาสั้นพอประมาณ
ปกติโอ๋จะใส่แว่นถ้าต้องใช้สายตา หรือใส่คอนแท้คเลนส์
แต่วันนี้ไม่ได้ใส่มา เลยต้องตรวจตาสองหน
เพราะครั้งแรก ไปตรวจแล้ว อ่านไม่ออกเลย
และสายตาโอ๋สั้นไม่เท่ากัน
แต่ที่นี่ เขาให้ตรวจสองครั้งอยุ่แล้ว
คือแบบตาเราโดยไม่ใส่คอนแท้คเลนส์และใส่
ด่านต่อมา ก็ไปตรวจคลื่นหัวใจ
ไปถึงในห้อง ก็ต้องเปิดส่วนหน้าอก บางส่วนให้พี่เขาทาครีม
และปะเครื่องวัดไฟฟ้า และมีหนีบตามขา แขน ด้วย
มาถึงด่าน วัดการได้ยิน
จะมีเสียงตัวโน้ต คีย์ ต่ำ สูง ให้เราฟัง เพราะมันจะเบามาก
ไม่ว่าเราจะได้ยินเสียงเบาแค่ไหน
แต่ถ้าได้ยิน ก็ต้องกดปุ่มบอก ทุกครั้ง
น้องยุ้ย ไม่สบายอยู่ หูเลยอื้อๆ ฟังได้ไม่หมด
แต่หมอก้เข้าใจ

มาถึงด่านที่เราต้องถอดหมด
ถึงแม้จะไม่ต้องถอดให้หมอดุในทีเดียว
แต่คุณหมอก็เห็นของเราหมด
พบแพทย์ตรวจภายใน
หวิวๆ
>.,<
หมอตรวจช่องปาก ตา กระบอกหู ก่อนขึ้นไปบนเตียง
ให้เราถอดเสื้อ และหันหลัง
และก้มลง เอามือแตะพื้น
พอขึ้นไปบนเตียง ก็เปิดส่วนบนให้หมอ
หมอทุบที่หน้าท้องโอ๋ ปรากฎเสียงดังมาก
อายหมอจัง
หมอบอกลมเยอะ
และหมอก็จับมาที่กระบังลม กดๆ ถามว่า
เจ็บไปหม?
"ไม่คะ"
แล้วหมอก้จับหน้าอก คลึงๆ
(หมอทำแรงอ่า...โอ๋รู้สึกเจ็บจี๊ดๆ)
หมอก้ถามเรื่องประจำเดือน
แล้วหมอออกไป พี่พยาบาลก้เข้ามา
ให้โอ๋นอนตะแคงหันหลังให้
และดึงกางเกงโอ๋ออกไป
พี่พยาบาลให้นอนตะแคง งอเข่า
กรี๊ดดดดด
เขิน
และพี่เขาก้เอาสำลีพันปลายจิ้มก้น
จี๊ดดดดดดดดดดดดด........
แล้วก้เสร็จ

ในภาพนี้ มีเพื่อนร่วมรุ่นอีก 2 คน คือ นอยและปุ๋ม
(นอยกลายมาเป็นเพื่อนสนิท ส่วนปุ๋ม ออกไปแล้วคะ)
ไปรวมตัวกันที่ห้องใหญ่ เพื่อรอเรียก x-ray
ห้องนี้ รอนานมาก
ที่จริง โอ๋คิดว่าน่าจะเสร็จตั้งแต่ 10 โมงเช้า
แต่ก็ไม่เสร็จ

ที่ห้องนี้เอง ทำให้โอ๋ได้รู้จักเพื่อนเพิ่มขึ้น
ได้แก่

พี่นุ่น หรือ ป้านุ่น สาว มกท.ที่จบมา 2 ปีแล้ว ป้าเขาร่าเริงมาก
คุยเก่ง หน้าญี่ปุ่นสุดๆ ตอนแรกนึกว่าหยิ่ง

ปุ๋ม สาวเอแบค เงียบๆ แต่ว่า พูดที่ แทงใจเลย

กอล์ฟ สาวจุฬาฯ น่ารัก หวาน แต่แอบห้าว อายุเท่ากัน
และยังมี ออย (พยาบาลสาว) นอย กิ๊บ (สองคน)
เลยทำให้เวลาที่น่าเบื่อ หายไปได้
ด้วยการคุยกันอย่างออกรสออกชาติ ของทุกคน
และเราก้แลกเบอร์โทรนกันใหญ่ แลก e-mail ด้วย

จนใกล้เที่ยง พวกเราได้คิว x-ray
โอ๋ก็ x-ray ปอด หลัง กระดุกเชิงกราน ทั่วไป
โอ๋เอากระปุกฉี่ไปส่ง
เอาใบเช็คชื่อไปส่ง
และทันใดนั้นเอง ก็เจอผุ้หญิงหน้าตาคุ้นๆมาทัก
โอ๋ก็นึกว่าเพื่อนที่อยู่ๆเจอกันในนี้นั่นละ
แต่เรายังไม่ได้เจอกันเลย
ที่คุ้นเพราะเราคุยกันก่อนเจอ

นุ่น เพื่อนที่เอแบค ที่รู้จักกันได้ เพราะความบังเอิญ
นุ่นเขา search JALways และดันเจอ diary โอ๋
เขาเลยมา comment และทิ้ง msn ไว้ตั้งแต่ตอนโอ๋จะไปสัมภาษณ์รอบ 2

วันนั้น จนถึงวันนี้ โอ๋เกือบลืมไปหมดแล้วว่า ได้ทำอะไรบ้าง
แต่ความรู้สึกตื่นเต้นเหล่านั้น ยังไม่จางหาย
เพราะมันไม่ใช่ความรู้สึกที่ในชีวิตนี้จะเกิดขึ้นกับเราได้บ่อยๆ
โอ๋นึกขอบคุณตัวเองอยู่เหมือนกัน ที่เป็นคนช่างจดจำ พอๆกับช่างฝัน
ชอบเก็บเอาเรื่องราวต่างๆมาเขียน
แม้กระทั่งตรวจร่างกาย ยังเอามาเขียนเสียละเอียด
แต่โอ๋ก็ยังคงเชื่อว่า
ไดอารี่หน้านี้ จะเป็นอีกหน้าหนึ่งที่มีประโยชน์อย่างยิ่งกับน้องๆอีกหลายคนนะคะ

หลังจากไปตรวจร่างกายมา
โอ๋รอผลอยู่ที่บ้านอย่างกระสับกระส่าย
แล้วผลก็ออกมา
ผลออกมาแล้ว
MISS KINGKARN
Thank you for attending the Medical Check.
We are pleased to announce that you have successfully passed the Medical Check.
โอ๋หวังว่า คนอื่นๆจะได้เห็นผลทางหน้าจอ อย่างที่โอ่ได้เห็นในวันนั้นนะคะ^^
ไม่น่าเชื่อว่า เหตุการณ์มันผ่านมาแล้วถึง 2 ปีนะนี่~~
ปล.กลับมาเมืองไทยแล้วคะ การกลับมาคร้งนี้ โอ่และเพื่อนอีก 20 กว่าชีวิตจะได้มีโอกาสเจอกันเพราะมีวันสำคัญ
นั่นคือ วันที่ 10 เป็น วันงานแต่งงานออย ซึ่งจะมีสาวๆ รุ่นเราไปรวมตัวกันมากเป็นประวัติการณ์
งานนี้ ใครสวยกว่าเจ้าสาว อาจโดนเพ่งเล็งได้ อิอิ
ปล.พี่เบิร์ดก็จะนั่งเครื่องกลับมาร่วมงานตามคำเชิญ ของเจ้าสาวด้วยคะ เย้ๆ
ปล.พี่ป๊อบ ไม่เศร้า ไม่คิดมากนะคะ คนเรา ทุกคน มีสุขทุกข์เศร้า
แต่ เราก็เลือกได้ว่า อยากจะมีอะไรมากกว่ากันในชีวิต มันอยู่ที่ตัวเราเองทั้งนั้น นะคะ
ปล.เรื่องบางเรื่องก็เหลือเชื่อจริงๆ คนที่เราคิดว่า น่าไว้วางใจที่สุด จะใช่คนที่ เชื่อใจได้ที่สุดจริงๆหรือ?
คนที่เราคิดว่า เขาไม่มีทางทำร้ายเรา จะใช่คนที่ ไม่ทำร้ายเราหรือ?
คนที่เรารักมาก จะใช่คนที่รักเรามากหรือ?