บ่อยครั้งที่รู้สึกไม่พอใจผู้โดยสารชาวญี่ปุ่นที่ เรื่องมาก เจ้ายศเจ้าอย่าง ช่างติ และโวยวาย
แต่กลับได้ยินรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์การทำงาน บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า
ผู้โดยสารญี่ปุ่น น่ารัก เรียบร้อย ที่สุดแล้ว
ด้วยประสบการณ์ที่น้อยนิด มักคิดเสมอว่า ตรงไหนคือสิ่งที่ทำให้พี่คิดเช่นนั้น
ณ ตอนนี้ โอ๋เข้าใจแล้ว
หลังจากสั่งสมประสบการณ์การทำงานมาเกือบ 2 ปี
เจอผู้โดยสารหลายสัญชาติ ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น ฝรั่ง จีน เกาหลี มะนิลา อิโดนีเซียน อินเดีย แอฟริกัน ไทย ฯลฯ
คนแต่ละชาติ ก็มีความแตกต่างกันไป
แต่
ด้วยความแตกต่างด้านวัฒนธรรมและภาษา คนชาติอื่นๆ ที่กล่าวมาข้างต้น
ยกเว้น ญี่ปุ่น และไทย
มักไม่ค่อยมีปัญหามากมาย(โดยส่วนใหญ่)เพราะ
เขาถือว่า วัฒนธรรมเราต่างกัน ภาษาที่สื่อสารก็ไม่เหมือนกัน
อีกทั้งสายการบินที่เขาใช้บริการก็ไม่ใช่ของชาติเขา
สำหรับ คนญี่ปุ่น
เชื่อว่าเขามีสิทธิ์เต็มที่ในการแสดงออกทางความคิด ความรู้สึก
เมื่อเขาใช้บริการสายการบินประเทศเขา
ถึงแม้ว่า แอร์ฯสัญชาติไทย ไม่ได้เก่งภาษาญี่ปุ่น
แต่ก็ต้องศึกษาภาษาเพื่อมาทำงาน ต้องเข้าใจวัฒนธรรม
ผู้โดยสารจึงไม่มองว่า เราไม่ใช่ญี่ปุ่น เขาถือว่า เราเป็นลูกจ้างญี่ปุ่นแล้ว
เมื่อมีอะไร เขาก็สามารถบอกเล่าได้
ดังนั้น ดูเหมือนว่า คนญี่ปุ่นจะเรื่องมาก ต่อว่า ติเตียนนู่นนี่อยู่ตลอด
แต่ที่จริงแล้ว
ไม่ใช่เลย
เมื่อเราได้เจอกับผู้โดยสารคนไทย
(โอ๋ว่า โอ๋เคยเล่าเรื่องทำนองนี้มาแล้ว แต่นี่ก็เป็นอีกประสบการณ์ที่ได้เจอ)
*ก่อนอื่นขอเกริ่นนำก่อนว่า คนไทยเมื่อไปต่างแดน แล้วเจอคนไทยด้วยกัน
หรือ เมื่อเจอคนไทยในสถานที่ที่เขาไม่คิดว่าจะเจอ การแสดงออกของคนไทยจะเปิดเผย
พูดคุยกันได้ทันที เรียกพี่ เรียกน้องกันอย่างสบายใจ ซึ่งแสดงถึงข้อดีว่า เราคนไทยเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดี..
.แต่ก็ต้องมีข้อจำกัด

20 เมษายน 2551
ทำออกจากรุงเทพฯตอนกลางคืน
วันนี้น่าประหลาดใจมาก ที่มีคนไทยขึ้นเครื่องเยอะเป็นประวัติการณ์
compartment ด้านหลังยาวๆของเครื่อง 767 เต็มไปด้วยคนไทย
คนไทยทั้งนั้น!!
ไม่อยากจะเชื่อเลย~
แต่ก่อนตอนเริ่มทำงาน จะดีใจทุกครั้งที่รู้ว่ามีคนไทยขึ้นเครื่อง
เพราะเข้าใจว่า เราคนไทยด้วยกัน คุยกันง่าย

ในวันนั้น โอ๋ และพี่ๆ น้องๆ ใจไม่ดีไปตามๆกัน
มันเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเอง เมื่อเจอคนไทยเยอะๆ
เพราะประสบการณ์ที่สั่งสมเวลาเจอคนไทย
มันบอกให้เราระวังตัว
ด้วยความเข้ากันได้ง่ายของคนไทย และพูดกันรู้เรื่อง เพราะสื่อสารภาษาเดียวกัน
เหตุการณืในวันนั้นจึงเป็นดังนี้ (เหมือนกับที่คิดไว้ไม่มีผิด)
โอ๋ทำงานอยู่ด้านหลังเครื่อง
ก่อนเครื่อง take off ผู้โดยสารคนไทยทยอยเข้าเครื่องมา
แต่ก็หยุดยืนกลางทาง เพราะไม่อยากนั่งทีตัวเอง ตั้งใจจะรอขอเปลี่ยนที่นั่งกับเพื่อน
ทำให้คนหลังเดินมาไม่ได้
ต้องเข้าไปขอร้อง
พอหลายๆคนนั่งที่แล้ว ก็มีผู้โดยสารเดินหาเพื่อน เพราะอยากนั่งด้วยกัน
คนไทยในวันนั้นมาด้วยกันทั้งคณะ เป็นการจัดทัวร์ของมหาวิทยาลัยหนึ่ง
คนส่วนใหญ่เป็นวัยทำงาน และนักศึกษาปริญญาโท รวมถึงคณาจารย์
วันนั้น โอ๋ทำหน้าที่ P.A. (Public Annoucement) ภาคภาษาไทย
ตื่นเต้นมากๆ เพราะคนไทยเยอะ
พวกโอ๋เดินตรวความเรียบร้อยของที่เก็บสัมภาระ และบอกให้ผู้โดยสารคาดเข็มขัด
ผู้โดยสารหลายคนหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายเล่นกันข้ามแถว ส่งเสียงดัง หัวเราะเฮฮา เป็นกันเอง
แถมเมื่อรู้ว่า มีแอร์ฯคนไทยอยู่เยอะ ก็ชวนคุย ซักประวัติกันใหญ่
แล้วผู้โดยสารก็ขอ ไพ่
*ไพ่ เป็นหนึ่งในของที่เราไว้แจกให้กับเด็กๆ เวลามีเด็กขึ้นเครื่อง
โอ๋อธิบายไปตามนั้น
คุณป้าก็บอกว่า "ลูกป้าอยู่บ้าน เดี๋ยวจะเอาไปฝาก ขอเถอะนะ"
...
...
ทำอย่างไรดี
ปรึกษากับพี่ดีกว่า
พี่บอกให้แอบให้ เราะถ้าให้คนหนึ่ง อีกคนหนึ่งเห็นก็จะขอตาม
เป็นดังพี่บอก มีผู้โดยสารท่านอื่นเห็น และขอ
วันนั้นโอ๋ต้องให้ไปถึง 5 อัน
ที่จริงต้องเสียมากกว่านั้น เลยจำเป็นต้องบอกว่า ต้องเก็บไว้ให้ flight อื่นอีก
ของเหล่านี้เป็นของที่ทางสายการบิน จัดเตรียมมาให้เด็กๆโดยเฉพาะจริงๆ
คนญี่ปุ่น เป็นชาติที่ชอบท่องเที่ยว และมากันเป็นครอบครัว มีเด็กๆกันแทบทุกครัวเรือน
เวลาแจกของเล่นให้เด็กญี่ปุ่น ไม่เคยเลยแม้สักหน ที่ผู้โดยสารคนอื่นขอ
หลังจากเครื่อง take off ไปถึงระดับปลอดภัย
พวกเราเริ่มบริการเครื่องดื่ม โดยใช้วิธี เข็น cart จากข้างหน้า และข้างหลัง มาบรรจบกันตรงกลาง
และวันนั้นมี อากาศแปรปรวนตลอดเวลา
พี่จึงตัดสินใจ เสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมอาหาร
โอ๋เข็นมาจากด้านหลัง
เสิร์ฟอาหาร และถามน้ำ
ผู้โดยสารขอน้ำคนละสองแก้ว
ยังไม่ทันที่โอ๋จะเดินไป ผู้โดยสารรีบกระดกแก้วน้ำดื่มจนหมด แล้วยื่นมือมาขอเพิ่ม
เป็นอย่างนี้ในหลายๆแถว กว่าจะทำไปถึงตรงกลาง
โอ๋เคยคิดเสมอว่า คนไทย สื่อสารกันง่าย ภาษาที่ใช้กับคนที่ไม่สนิท ก็สามารถกลั่นกรองได้
แต่วันนั้น โอ๋เจอหลายๆคน ใช้ภาษาบ่งบอกความรู้สึก แบ่งแยก
ทำไมคนไทย เวลาขออะไร ไม่มีหางเสียง?
บ่อยครั้งที่โดนกวักมือเรียก และพูดลอยๆในสิ่งที่ตัวเองต้องการ
หากเป็นคนชาติอื่น อาจพอเข้าใจในการใช้ภาษา
เพราะบางทีเราก็เป็นบ่อยๆ ที่ต้องการพูดให้เพราะที่สุด แต่ลืม เช่น Could you เรามักใช้เป็น Can you
ซึ่งนั้นก็เข้าใจได้ว่า มันไม่ใช่ภาษาแม่ของเรา
เมื่อผู้โดยสารทานอาหารเสร็จ
พวกเราก็ตามเก็บถาดอาหาร
ถาดอาหารที่ผู้โดยสารยื่นให้ ส่วนใหญ่ ระเกระกะอย่างไม่เป็นระเบียบ
เราต้องมายืนจัดให้เข้าที่ เพราะไม่อย่างนั้น ก็นำใส่ cart ไม่ได้
หลายคนที่นั่งด้านใน ก็ไม่ค่อยส่งถาดอาหารมาให้
ทั้งที่รู้ว่า เรายื่นมือไปหยิบไม่ถนัด
พวกเขากลับมองดูเราทำเฉยๆ
ช่วงเวลา idle time
ผู้โดยสารเริ่มสงบ บ้างเริ่มเข้าสู่นิทรา
คนที่ยังไม่หลับ ก็ดูหนังบนเครื่อง
บางคนยังสนุกกับการดืม ก็ขอเครื่องดื่ม
มีคนหนึ่ง ขอ แฟนต้าน้ำแดง
เราได้แต่ อมยิ้ม และบอกว่าไม่มี
ยังมีคนขออะไรแปลกๆอีกเยอะ
แต่มีผู้ชายวัยกลางคนงคนหนึ่ง เมามากๆ
ดื่มเบียร์ ไวน์ สาเก จนไม่ได้สติ
ผู้ชายคนนั้น กด call button อยู่หลายหน
แต่ละหนที่กด ก็เพราะเขาทำเบียรื หรือไม่ก็ไวน์หกใส่โตธหน้าที่นั่ง
พวกเราก็ต้องไปเช็ดๆ
ครั้งสุดท้าย เป็นโอ๋ที่เห็น call button ของเขา
โอ๋รีบเข้าไปถามว่า ให้ช่วยอะไรไหมคะ
เขาไม่ตอบ แต่กลับทำไม้ทำมือ และมองหน้าโอ่อย่างเลื่อนลอย
โอ่เข้าใจในทันทีว่าจะเอาผ้าเช็ดโต๊ะ เพราะทำน้ำหกอีกแล้ว
พอเอาผ้าให้ ผู้ชาคนนี้ก็ทำท่าให้เอาของบนโต๊ะทุกอย่างไปเก็บ ไม่ว่าจะเป็นข้าว ขนม
เหลือไว้แต่โยเกิร์ต
โอ่ถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
เขาก้พนักหน้า
โอ่นำทุกอย่างมาเก็บ
เวลาผ่านไปราวชั่วโมง
ผู้ชายคนนี้กด call button อีก
น้องปู เป็นคนเดินไปถาม
เขาโวยวายขึนมาทันทีว่า ของบนโต๊ะของเขาหายไปไหนหมด
น้องตอบไปว่า ไม่ทราบจริงๆ
แล้วน้องเห็นว่า จะทานโยเกิร์ตไหมคะ...
(คือถ้าไม่ทานน้องเขาตั้งใจจะเก็บให้)
เขาก็พูดอย่างหัวเสียว่า "นี่คุณประชดผมเหรอ ผมไม่มีช้อน จะให้กินโยเกิร์ตยังไง"
.....
...
พอตอนใกล้ land
พวกเราเดินตรวจความเรียบร้อยใน cabin
พร้อมทั้งเตือนให้ผู้โดยสารคาดเข็มขัด
ผู้ชายคนนี้ ขึ้นมานั่งบนที่ท้าวแขน และคุยกับเพื่อนอย่างออกรสขณะที่โอ๋เดินผ่าน
โอ๋บอกให้เขาขาดเข็มขัด
เขายกเสื้อขึ้น และโชว์เข็มขัดที่ตนคาดกับกางเกง พร้อมทั้งหัวเราะ
เฮ้อออ...
เหนื่อยใจจัง
ยังไม่เคยเจอชาติไหนเลย ที่ทำแบบนี้
ต่อให้เขาเมาขนาดไหน ก็ไม่มีการกระทำแบบนี้กับเรา
ในขณะที่เราจริงจังในหน้าที่ แล้วเจอกับการกระทำแบบนี้
มันเหนื่อยใจมากๆ
พอเครื่องถึงโอซาก้า
เหมือนภาระทุกอย่างจบลง
เหตุการณ์วันนั้น ทำให้โอ๋เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งที่รุ่นพี่หลายๆคน
ยืนยันว่า ผู้โดยสารชาวญี่ปุ่น เรียบร้อย และขี้เกรงใจที่สุดแล้ว
ซึ่งมันเป็นความจริง
แต่ ที่โอ่เล่ามาในไดอารี่หน้านี้ทั้งหมด ไม่ต้องการประจาน วิจารณ์ พฤติกรรมของคนไทย
แต่ต้องการยกตัวอย่างให้เห็นถึง การกระทำ ที่แตกต่าง ของผู้โดยสารแต่ละชาติ
เพราะอย่างไร โอ่ก็เชื่อว่า คนแต่ละชาติพันธ์ มีภูมิหลัง ฐานะ ความเป็นอยู่แตกต่างกัน
การแสดงออกทางความรู้สึก นึกคิดจึงแตกต่างกัน

ถึงแม้ พี่ไทยของเรา จะไม่ได้ชื่อว่า เรียบร้อยที่สุดในบรรดาผู้โดยสาร
แต่ ก็เป็นชาติที่พูดกันง่าย ไม่เรื่องมากทีสุด
อย่างน้อย เราก็สบายใจ ได้ว่า
เมื่อผู้โดยสารคนไทยเจอเรา พวกเขาก็มองเราเหมือนลุกเหมือนหลาน