โอ๋เห็น comment น้องๆ ที่สนใจในงานนี้ และอยากรู้เรื่องราว ขั้นตอน ความเป็นอยู่ การทำงานของพวกเรา
โอ๋ก็อยากถ่ายทอดเรื่องราวมากๆคะ
แต่ โอ๋ขอใช้เวลาในการเรียบเรียง เป็นเรื่องราวตอนๆ ที่จะสอดแทรกทั้งเกร็ดความรู้ในการทำงาน การท่องเที่ยว และข้อคิดต่างๆ (ที่ต้องติดตาม) เพราะโอ๋ตั้งใจจริง อยากให้ผู้ที่สนใจอยากทำงานนี้(ในบริษัทนี้) ได้เห็นทั้งมุมลึกตื้น หนาบาง และเข้าใจว่า เรา เหมาและ พร้อม กับที่นี่ งานนี้จริงๆหรือไม่?
รอก่อนนะคะ
วันนี้ขอหยิบยกเรื่องราว ประสบการณ์บนน่านฟ้า มาให้อ่านกันอีกแล้ว
อย่างที่เคยบ่นๆว่า ช่วงนี้ อากาศที่ญี่ปุ่น ยังไม่คงที่ ยังหนาว ลมแรง และมีฝนตก ดังนั้น สภาพอากาศบนท้องฟ้า คงไม่ต้องพูดถึงว่า จะหนักหนาสักแค่ไหน
ช่วงนี้เป็นช่วงเปลี่ยนฤดู สภาพอากาศจึงแปรปรวน
พวกเราต้องเจอกับ turbulence บ่อยมากๆ จนสามารถวางแผนล่วงหน้าว่า ต้องทำอะไรตอนไหน
pattern ที่แล้ว ทุกเที่ยวบินที่โอ๋ทำงาน เกิด turbulence อย่างหนัก
หนึ่งในเหตุการณ์ ตอนนั้น
flight กลับมาจาก ฮอนโนลูลู เป็นที่รู้กันอยู่ว่า ไม่ว่าจาก ฮอนโนลูลูไปเมืองไหนในญี่ปุ่น ผู้โดยสารก็เต็มเสมอ
โอ๋ทำหน้าที่ cabin ที่ mid galley
ตอนนั้นเป็นช่วง idle time service ทุกอย่างเสร็จแล้ว ผู้โดยสารกำลังนอนหลับพักผ่อน บ้างก็ดูหนังนั่งคุย เราแบ่งคนทำงานออกเป็นสองรอบ
รอบแรกกำลังไปพักอยู่
:: หลายคนอาจเคยสงสัยว่า พวกเราไม่ได้พักผ่อนกันเลยเหรอ?ตอนอยู่บนเครื่องบิน ได้พักคะ ถ้า flight time ยาว
โอ๋ต้องพักรอบสอง
ขณะกำลังนั่งเฝ้าห้องน้ำอยู่นั้น ก็เกิด turbulence ขึ้นรุนแรง
กัปตันเปิดสัญญาณ belt on ให้ผู้โดยสารและพวกเราทุกคนนั่งประจำที่ รัดเข็มขัดที่นั่ง
ขณะนั้นเอง ก็มีชายชาวต่างชาติ กำลังจะเดินไปห้องน้ำ ซึ่งโอ๋นั่งอยู่ โอ๋ต้องดักเขาไว้ และอธิบายเหตุผลว่า ต้องนั่งรอก่อน
เขาไม่สามารถเดินกลับไปที่นั่งตัวเองได้ จึงขอนั่งที่ jump seat ข้างๆโอ๋
ข้างๆโอ๋ไม่มี C/A นั่งอยู่ด้วย โอ๋จึงให้เขานั่งได้
เครื่องสั่นอยู่นาน
สักพัก ก็มีน้องเด็กญี่ปุ่น วิ่งถลามา บอกว่าจะไปเข้าห้องน้ำ
โอ๋ห้ามเท่าไหร่ น้องก็ไม่ฟัง ตัวโอ๋ก็ยังติดเข็มขัดอยู่ จึงได้แต่จับแขนน้องเขาไว้ และตัดสินใจโทรหา Cheif Purser ที่วันนั้นเป็นพี่คนไทย จึงสื่อสารกันง่าย และรายงานให้พี่รู้ว่า น้องต้องการเข้าห้องน้ำ
Cheif Purser ต้องโทรไปแจ้ง cockpit และ อนุญาตให้โอ๋ให้น้องเข้าห้องน้ำได้
เครื่องยังสั่นอยู่เรื่อยๆ
พอน้องออกจากห้องน้ำ โอ๋ต้องให้น้องมานั่งบนตักโอ๋ และกอดเอาไว้ก่อน
กลายเป็น บนที่นั่ง C/A ข้างๆมีฝรั่ง บนตักโอ๋มีเด็ก
ผู้โดยสารท่านอื่นมองกันใหญ่
ด้วยความที่ สัญญาณแจ้งรัดเข็มขัดยาวนานมาก
มีผู้โดยสารหลายคนพยายามมาเข้าห้องน้ำ
ต้องห้ามเป็นพัลวัน
บ้างห้ามทัน บ้างห้ามไม่ทันก็วิ่งเข้าไปเลย
ไม่นานนัก แม่น้องเด็กคนนี้ก็วิ่งมา เพื่อมาหาลูก เห็นมาเข้าห้องน้ำนาน มาถึง แม่ก็ขอบอกขอบใจ และดีใจที่ลูกของตนปลอดภัยดี
โอ๋ยิ้มอย่างชื่นใจ...ที่แม่ของเขา ขอบอกขอบใจเรา ทั้งๆที่เราทำไปเพราะหน้าที่ (แต่เราก้ไม่อยากให้ใครเจ็บนะ)
เครื่องยังสั่นตลอดเวลา
ผู้โดยสารอยากเข้าห้องน้ำ แอร์ฯก้อยากเช่นกัน
เครื่องเริ่มสงบ แต่สัญญาณแจ้งรัดเข็มขัดยังไม่ดับ ผู้โดยสารวางใจ พากันลุกจะเข้าห้องน้ำ
มีลุงกับป้า เดินดุ่มมาแต่ไกล แต่โอ๋ในฐานะตอนนั้น เราต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นหลัก
: หากมีคนถามว่า ระหว่าง sevice กับ safety อะไรคือจุดที่สำคัญกว่ากัน ขอให้น้องๆตอบว่า ทั้งสองสำคัญ แต่ เรื่อง safety นั้น เกี่ยวกับชีวิตของคน หากมีใครเป็นอะไรไปเพียงหนึ่งคนในสายการบินนี้ ต่อให้บริการดีล้ำเลิศขนาดไหน ก็ไม่มีผู้โดยสารคนไหน เชื่อถือ และอยากใช้บริการ (ถึงแม้ความผิดส่วนใหญ่ไม่ใช่มาจากเราก็ตาม...อันนี้เสริมเองจากใจ อิอิ)
โอ๋ต้องขอร้องให้กลับไปนั่งที่
ประมาณ 20 นาทีหลังจากนั้น (รวมเวลาที่ belt on ประมาณ 1 ชั่วโมง) สัญญาณแจ้งรัดเข็มขัดปิดลง คนก็กรุกันมาจะเข้าห้องน้ำ
โอ่จำได้ขึ้นใจเลย
คุณป้าที่เดินจะมาเข้าห้องน้ำกันคุณลุง
เดินมาที่โอ๋ และว่าใส่หน้า จับใจความได้ว่า
"เมื่อสักครู่มาห้ามฉันทำไม ฉันเห็นผู้โดยสารคนอื่นไปเข้าห้องน้ำ ไม่เห็นว่า ไม่ยุติธรรมเลย"
คือ ก็เข้าใจว่า ป้าเขาคงหงุดหงิด คนปวดท้องแต่โดนห้ามไว้ แต่ในกรณีผู้โดยสารคนอื่น อยู่นอกสายตา โอ่ห้ามไม่ทันจริงๆ
เราก็ต้องก้มหน้ารับฟัง
เมื่อสักพักยังชื่นใจที่คุณแม่น้องเด็กมาขอบใจเราอยู่แล้ว
เฮ้อออ...
ทำอะไรก็ผิด
ตอนนั้นไม่รู้ว่า แอร์ฯญี่ปุ่นหายไปไหนกันหมดดด้วย
พอโอ๋หันหลังกำลังเดินกลับเข้า galley
ก้ได้ยินเสียงผู้โดยสารโวยวายเอ็ดตะโร
ผู้โดยสารตรงหน้าห้องน้ำ ทะเลาะกัน เป็นชายแก่ กับ ชายวัยกลางคน(คุณพ่อลูกสามอารมณ์ร้อน)
เรื่องราว ตามที่พยานเล่า คือ คุณลุง (คือคุณลุงที่วิ่งมากับคุณป้าในตอนแรก) กำลังจะเข้าห้องน้ำ อยู่ดีๆ ผู้ชายอีกคนก็มาเบียด และใช้ศอกถองท้อง เพื่อจะกันคนอื่น และตัวเองเข้าห้องน้ำก่อน
จึงเกิดเป็นเรื่องเป็นราวขึ้น
ในตอนแรก ผู้ชายคนนั้น ปฏิเสธ คุณลุงก้ไม่ยอมความ
ผู้โดยสารมองดุกันใหญ่
โอ่เข้าไปห้าม พร้อมแอร์ฯญี่ปุ่น แต่ก็ห้ามไมได้
ผู้โดยสารคนอื่นๆ อีกหลายเสียง ช่วยเป็นพยานให้คุณลุง
กว่าเรื่องจะจบ ด้านหนุ่มใหญ่ต้องเดินกลับไปนั่งที่
flight วันนั้น อลหม่าน เพียงเพราะ เกิด turbulence นาน
ซึ่งที่จริงแล้ว ผู้โดยสารน่าจะทำความเข้าใจ และ ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน
นอกจากเรื่องเหตุการณ์ธรรมชาติ ห้ามมันไม่ได้แล้ว น่าจะเข้าใจว่า ผู้โดยสารหลายๆคนก็ต้องการใช้ห้องน้ำ
คนที่เหนื่อยสุด และต้องรับภาระเรื่องราวต่างๆ ก็ไม่พ้นแอร์ฯสาวๆ(แต่หน้าเริ่มโทรม..เพราะเหนื่อย)
พวกเราใส่ใจความปลอดภัยของทุกๆคน
ถ้าเราไม่ห่วงในชีวิตของผู้โดยสาร เราคงไม่ห้าม ไม่เตือน เมื่อเกิดเหตุต่างๆ
บางที ก็เจอผู้โดยสารโวย ว่า ความผิดทั้งหมดเป็นเพราะเรา...
เฮ้อ...
เค้าคงคิดว่า เราคงสั่งให้กัปตัน ขับโยกเครื่องเล่น แน่ๆ
เราทำอาชีพบริการ แต่เหมือนเป็นทุกๆอย่างในคนเดียว
Oh!my goD!!!!
อ่านจบแล้ว ก็ขอบอกว่า
สวัสดีวันปีใหม่ไทย
สวัสดีวันสงกรานต์ ขอให้ทุกคนชื่นบาน ถ้วนทั่วกัน คะ