ขอเล่าไดอารี่ย้อนหลังไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม 2553
ออกเดินทางจากบ้าน หลังจากน้องท้องฟ้าตื่นนอนในรอบเช้าไม่นานนัก
ก่อนเดินทางไปที่สวนสัตว์ดุสิต พี่เบิร์ดพาแวะ Showroom TOYOTA แถวบ้าน
ไปลองดูรถรุ่นที่สนใจ คุยกับเซลล์ แต่ก็ยังไม่ตัดสินใจเอาเลยทันที เพราะว่า ยังไม่เคยไปดูยี่ห้ออื่นเลย
ก็เลยเพียงแค่ดูๆเอาไว้ก่อน
หลังจากนั้นเราจึงมุ่งหน้าไปสวนสัตว์ดุสิต
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที
ระหว่างเดินทาง เราก็พยายามกล่อมให้น้องท้องฟ้านอน น้องท้องฟ้าก็มีทีท่าว่าจะหลับ
แต่พอเคลิ้มๆ ก็ตาแป๋วอีกแล้ว เล่นเอาเราเลิกกล่อมกันเลย ปล่อยให้เล่นให้งอม

ป๋มเท่ยังคร้าบบ



ถึงสวนสัตว์ดุสิตแล้ว
ลงจากรถ ก็พากันเดินพาน้องท้องฟ้าไปดูสัตว์อย่างรวดเร็ว

เห็นสัตว์ที่อยู่ข้างทางที่เดินไป มีพวกกวาง นกแปลกๆ

ตัว meerkats

นกอะไรสักอย่าง ลืมดูชื่อ
เดินกันไม่ถึง 15 นาที ฝนก็เริ่มลงเม็ดปรอยๆ
เราต้องกางร่มเดินกัน
เดินไปตรงจุดนั่งรถชมรอบๆสวนสัตว์ แล้วตัดสินใจใช้บริการรถพาชม




ขึ้นนั่งมาได้สักพัก เลยรู้เลยว่า ไม่น่าขึ้นเลย
รถขับช้ามากๆๆๆ ถ้าเดินเอง ระยะเวลาที่เรานั่งรถ ป่านนี้เดินไปไหนถึงไหนแล้ว

ภาพนี้ แม่โอ่หน้าตลกจัง

ไม่ได้สนใจถ่ายรูปเลยลูก
ไม่น่าเชื่อว่า สวนสัตว์กลางกรุง ก็จะมีอะไรๆน่าสนใจเยอะพอสมควร
มีสัตว์หลากหลาย มีเครื่องเล่นต่างๆให้เด็กเล็กจนถึงเด็กโตเล่น

พอลงจากรถได้ พวกเราก็เข้าไปดูในส่วนของสัตว์เลื้อยคลานกันก่อน
เราไปดูงูกัน
ภายในส่วนจัดแสดงงู จะมีตู้โชว์ใส่งูเรียงรางอยู่สองฝั่ง มีงูอยู่หลากหลายประเภท
แต่ภายในอากาศเย็น และค่อนข้างมืด(เปนรูปแบบการจัดของสวนสัตว์อยู่แล้ว)
น้องท้องฟ้าจึงมีท่าทางกลัวๆเกรงๆอย่างเห็นได้ชัด อุ้มพาไปดูงูใกล้ๆตู้ ก็ร้อง หันหน้าหนี จะให้ลงเดินก้ไม่ค่อยยอม
พวกเราเดินดูงูตู้นั้นตู้นี้อยู่สักพัก ก้พากันออก
พอออกมาเจอกับบรรยากาศข้างนอก ก็ให้รู้ว่า ฝนลงเม็ดอีกแล้ว และลงเม้ดหนักขึ้นเรื่อยๆ
เราหลบฝนกันอยู่ในนั้นได้ไม่นาน ก็ตัดสินใจพากันออกมา
ดีว่า ร่มที่พกมาค่อนข้างใหญ่ กางให้น้องท้องฟ้าปิดได้มิด ไม่มีกระเด็นเข้าด้านข้าง
แต่ผู้ใหญ่ อันได้แก่ พี่เบิร์ดและพี่ไพเปียกหมด ส่วนโอ๋มือนึงอุ้มลูก อีกมือถือร่ม เลยได้อานิสงค์ไปด้วย
แล้วฝนก็เริ่มเทลงมาหนาเม็ดขึ้นๆ
เราตัดสินใจกลับบ้าน เพราะไม่รู้ว่าต้องรอนานขนาดไหนกว่าฝนจะหยุดตก
มาเที่ยวสวนสัตว์ดุสิตหนนี้ เสียเที่ยวเลย
ได้ดูแค่งู กับสัตว์บางชนิดประปราย
แต่ไม่เป็นไร ไว้มีโอกาสค่อยมาอีก เพราะค่าเข้าไม่แพง สำหรับเด็กเล้กอย่างน้องท้องฟ้าไม่เสีย
ส่วนผู้ใหญ่โอ๋จำราคาไม่ได้ แต่ไม่เกิน 80 บาทต่อคนนคะ
จากสวนสัตว์ดุสิต เรายังไม่ได้เบนเข็มกลับบ้านของเรา แต่พวกเรามุ่งตรงไปบ้านโอ๋เพื่อไปหาแม่
ระหว่างทางไป ก็พยายามหลอกล่อให้น้องท้องฟ้าหลับให้ได้ เพราะรู้ว่าเขาง่วงเต็มที่แล้ว แต่ฝืนตัวเองเอาไว้
พยายามตั้งแต่เริ่มนั่งรถ ทำยังไงๆก้ไม่ยอม สู้ยิบตา
พอใกล้จะถึงบ้านโอ๋ อีกประมาณ 30 นาทีได้ ก้หลับ
ถึงบ้านแม่ ยังไม่พาน้องท้องฟ้าลงมาเจอ เพราะยังหลับอยู่
ปล่อยให้นอนไปบนรถนั่นแหละ ให้พี่ไพเฝ้า
แต่พอสักพัก โอ๋ก็ต้องให้ปลุกน้องมาเจอหน้าคุณยาย เพราะใกล้จะกลับบ้านแล้ว เย็นแล้ว
รายนั้น พอโดนปลุก ทั้งๆที่ยังนอนไม่เต็มอิ่ม งอแงเสียงดังใหญ่เลย
ไม่ยอมให้คุณยายทั้งสองคนแตะเลย ไม่เอาใครเลย ออกแนวอาละวาด ...
จากนั้นไม่นานก็ลากลับ
ระหว่างทาง เราแวะทานอาหารร้านอาหาร เห็นคนกินเยอะ
เราสั่งอาหารไป 5 อย่าง จ่ายไป 970 บาท ก้ถือว่า ไม่แพง
แต่ว่า เราไม่คิดว่าร้านแบบนี้ อาหารจะจานละหลายร้อย
ในร้านเหมือนเป็นบ้านอยู่อาศัย ทำเป็นขื่อเหมือนสัมยโบราณ
น้องท้องฟ้า มองจิ้งจกใหญ่เลย ปากก็ร้อง อูวๆๆ ทำหน้าตาตกใจ หลอกตัวเอง กอดคนอุ้มแน่น
ตลกมาก เดี๋ยวนี้น้องท้องฟ้าชอบหลอกตัวเอง ไม่ว่าได้ยินแปลกๆ จะต้องทำท่าตกใจ
พี่ไพเล่าว่า มีอยู่คืนนหนึ่ง น้องสะดุ้ง ผวาทั้งคืน เหมือนกำลังหลอกตัวเองอยู่
คิดแล้วก็ขำท่าทางตอนเขาหลอกตัวเองนะ
กลับมาถึงบ้านก็จะสองทุ่มแล้ว
น้องท้องฟ้าโดนจับอาบน้ำ แต่งตัว
คิดว่าหลังจากนี้คงโยเยขึ้นนอน แต่ที่ไหนได้ ไม่ยอมง่วง จะเล่นกับคุณพ่อคุณแม่
โอ๋กับพี่เบิร์ดอุ้มพาขึ้นไปส่งนอน พอลงมา ยังได้ยินเสียงน้องท้องฟ้าหัวเราะเล่นคิกๆกับพี่ไพอยู่เลย

หมดไปอีกแล้ว สำหรับช่วงเวลาของครอบครัว
เวลามาทำงานไกลบ้านไกลเมืองแบบนี้
ได้มองภาพย้อนเหตุการณ์ คิดถึง ณ เวลานั้นๆ แล้วยิ้ม มีความสุข
อยากได้เวลาแบบนั้นอีกไวๆ
ปล จะอยู่ จะหมู่หรือจ่า ยังไงก็ต้องเตรียมตัว
ปล ที่จริงสมัยนี้ งานก็มีมากมาย แต่คนก็แย่งงานกันเยอะมากเช่นกัน
ปล ฝากร้านเหมือนเดิมคะ http://akachan_no_yo.weloveshopping.com กลับไทย 2 กย
เลยยังไม่ได้อัพเดทร้านนะคะ